ความรักคืออะไร?

posted on 14 Nov 2008 19:25 by n-scorpio

เคยมีใครถามคุณไหมว่า"ความรักคืออะไร"


คิดว่าวันนี้มีคำตอบให้คุณแล้วล่ะ
คำที่ใช้แทนคำว่า "ความรัก" ได้ดีที่สุด
น่าจะเป็นคำว่า "ใส่ใจ"
หากคุณคิดที่จะบอกรัก

หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน
ลองถามตัวเองดูว่า คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?



ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความเอาใจ
หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า
คุณเคยพูดอะไร หรืออยากได้อะไร
แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้
ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ...
นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความหึงหวง
หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน
ถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง
เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง
ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก
ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น...
นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว
หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย
หากคนรักของคุณพูดอะไร หรือทำอะไร
เพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ
แต่คุณกลับไม่ชอบมัน
คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย

หากคุณทะเลาะกับคนรัก
แต่แล้ววันรุ่งขึ้น
คนรักของคุณยังโทรมา
แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆวัน
ทั้งๆที่ยังไม่หายโกรธ...
นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ

หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง
เอาไว้ทีหลัง เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ
นั่นแหละเรียกว่า ความใส่ใจ
คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง

หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญ
ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเรียน หรือเรื่องอื่น ๆ
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้
และโทรมาบอกว่า ตั้งใจนะ
"โชคดีนะ" "พยายามนะ ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้ "

หากคุณต้องเดินทางไกล
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า "ถึงหรือยัง"
"ปลอดภัยดีไหม" "เหนื่อยไหม"

หากคุณต้องขับรถคนเดียว
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า "ขับรถดีๆนะ"

หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา
และพักผ่อนมากๆ

และมันจะรู้สึกดีมาก ๆ
ถ้าคนรักของคุณจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ของคุณ
หรือแม้กระทั่งคนรอบข้างของคุณได้
นั่นเป็นเพราะเค้าใส่ใจในคำพูดและการกระทำของคุณ


ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลายๆด้าน
คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่
ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน
แต่กลับไม่คิดอย่างนั้น
ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่
ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน


ความเกรงใจเป็นสิ่งดี
และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน
คุณเห็นไหมล่ะว่า
ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน
เพียงแต่วันนี้ คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง?????

อันความรักเปรียบเหมือนเส้นขนาน

ไม่มีวันผสานสัมพันธ์ได้

แค่ได้รักได้ใกล้เธอตลอดไป

ก็สุขใจเมื่อมีเธออยู่ข้างเคียง

เส้นขนานไม่มีวันมาบรรจบ

เหมือนบรรพตกว้างใหญ่มากั้นขวาง

อยากให้รักเป็นเช่นนี้ไปแสนนาน

เคียงคู่กันตลอดกาลฉันและเธอ

ทุกอย่างเริ่มต้นที่ใจ

posted on 28 May 2008 20:59 by n-scorpio
เป็นคำสั้นๆ แต่กินในความหมายของการเรียนรู้ชีวิตทั้งหมด...

เพราะหากเราทบทวนชีวิตตามความเป็นจริงแล้ว...

จะเห็นได้ว่าต้นตอของความสุขและความทุกข์นั้น...ล้วนมีจุดกำเนิดมาจากใจทั้งสิ้น...

ถึงแม้เราจะกล่าวว่าลำบากทางกายแต่ในส่วนที่รับรู้ก็ยังชื่อว่าเกิดจากจิตใจอยู่ดี

จิตใจจึงชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดในการรับรู้ความเป็นไปของชีวิตอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกันจิตใจนั้นก็ต้องอาศัยกายเป็นเรือนพักอาศัยด้วย...จึงก่อให้เกิดเป็นชีวิตขึ้นมา...

ด้วยเหตุนี้กายและใจจึงเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ชีวิตที่คนเราควรใส่ใจทุกขณะ..

เพื่อความสุขอันงดงามจะได้มาห่อหุ้มตัวเราด้วยความเปรมปรีดิ์...

เพราะการดำเนินชีวิตนั้นเปรียบเสมือนการเดินทางไกลเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่มุ่งหวัง

ถึงแม้อาจจะยาวไกลต่างกัน...แต่ก็เป็นสิ่งที่ชีวิตต้องก้าวไปให้ถึง...

อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมุ่งไปให้ถึงฝั่งฝันนั้นได้ใกล้หรือไกลเพียงใด...

ขณะเดียวกันการเดินทางไกลของชีวิต ย่อมไม่ง่ายกว่าที่จะถึงเป้าหมายที่วาดหวังไว้

ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...

ล้วนเป็นการทดสอบว่าคนเรามีความฉลาดรอบรู้ที่จะเป็นเจ้าของชีวิตหรือไม่อยู่ ตลอดเวลาเช่นกัน

ปัญหาที่เกิดขึ้นตามรายทางของชีวิต...

จึงเป็นความท้าทายที่ทำให้ความรู้สึกของคนเรามีรสชาติมากขึ้น...

เปรียบเสมือนการเรียนรู้ที่จะทำอาหารให้มีความอร่อย

ก็ต้องมีเครื่องปรุงต่างๆ เข้ามาผสมด้วย... อาหารนั้นจึงจะมีรสชาติน่ารับประทาน...

แต่ถ้าขาดศิลปะในการปรุงแล้ว...อาหารที่มีอยู่ย่อมไม่ชวนให้น่าชิมลิ้มลองแต่ อย่างใด...

กลับกลายเป็นสิ่งที่ถูกเมินอย่างน่าเสียดาย...

การศึกษาชีวิตก็เช่นเดียวกัน...

กว่าที่จะก้าวไปสู่จุดหมายที่เป็นความสุขและความสำเร็จใช่ว่าจะง่ายเสียทีเดียว...

เพราะทุกขณะของการเดินทางของชีวิต...ก็ต้องเรียนรู้ที่จะฝ่าฝันอุปสรรคนานัปการ...

ต้องเรียนรู้ทั้งบทเรียนที่จะเป็นผู้ชนะและผู้แพ้ให้เป็นในคราวเดียวกัน...

เพราะเมื่อเรียนรู้ทั้งสองฝ่ายด้วยความเข้าใจ...

การเดินทางไกลก็จะมีทั้งสุขและทุกข์คอยเป็นครูสอนชีวิตให้แกร่งขึ้น...

อันจะช่วยนำทางให้เรามีความสุขและความสำเร็จที่ยั่งยืนได้
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคน หนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ

ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวนทันที สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สัก สองสามพลั่วก็เหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจที่เจ้าลาในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใดฉันนั้น"

เด็กน้อยกับลูกหมา

posted on 27 Apr 2008 20:14 by n-scorpio

เจ้าของร้านตอกป้ายติดไว้เหนือประตู มีข้อความว่า มีลูกสุนัขขาย นี่เป็นวิธีดึงดูดเด็กเล็ก ๆ ได้อย่างดี

เด็กผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวใต้ป้ายแผ่นนั้น และถามว่า ลูกหมาที่ขายราคาเท่าไรครับ

"มีหลายราคา ตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 50 เหรียญ" เจ้าของร้านตอบ

หนูน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าและควักสตางค์ออกมา ผมมีอยู่ 2.37 เหรียญเอง ขอผมดูพวกมันหน่อยได้ไหมครับ

เจ้าของร้านยิ้มแล้วผิวปาก เจ้าเลดี้วิ่งออกมาจากเฉลียงข้างร้านพร้อมกับลูกสุนัขขนฟูอีก 5 ตัว

หนึ่งในนั้นเดินตามมาช้า ๆ หนูน้อยสนใจลูกหมาตัวนี้ทันที เห็นได้ชัดว่ามันเดินลากขาเหมือนเป็นหมาพิการ หมาตัวเล็ก ๆ นั่นเป็นอะไรครับ

เจ้าของร้านบอกว่าสัตวแพทย์ตรวจตรวจเจ้าลูกหมาตัวนี้แล้วพบว่ามันไม่มีสะโพก มันจะต้องเดินขากะเผลกและจะพิการไปตลอดชีวิต

เด็กชายตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ผมขอซื้อลูกหมาตัวนี้ได้ไหมฮะ"

เจ้าของร้านตอบว่า อย่าเลย หนูคงไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอก แต่ถ้าหนูอยากได้จริง ๆ ล่ะก็ ฉันจะยกให้

.....?!@!@# หนูน้อยเริ่มไม่พอใจ

เขาจ้องหน้าเจ้าของร้านพร้อมกับชี้นิ้วพูดว่า “ผมไม่ต้องการให้คุณยกมันให้ผมฟรี ๆ หมาตัวนี้มีค่ามากเท่ากับตัวอื่น ๆ ทั้งหมด และผมก็จะจ่ายให้คุณเต็มราคาด้วย แต่ผมจะให้คุณไปก่อน 2.37 เหรียญ และจะผ่อนให้เดือนละ 50 เซ็นต์จนกว่าจะครบ

เจ้าของร้านยังค้านอีกว่า หนูไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอก มันวิ่งไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ และเล่นกับหนูเหมือนกับลูกหมาตัวอื่น ๆ ก็ไม่ได้

ถึงตอนนี้ หนูน้อยจึงนั่งลงและถกขากางเกงให้เจ้าของร้านเห็นขาข้างซ้ายที่ลีบเล็ก และมีเหล็กแท่งใหญ่พยุงเอาไว้

เขาเงยหน้ามองเจ้าของร้านและพูดนุ่ม ๆว่า นี่ไง ผมเองก็วิ่งไม่ได้เหมือนกัน
และลูกหมาตัวนี้ก็คงต้องการใครสักคนที่เข้าใจมัน

เจ้าของร้าน......................!

>>>>>บางครั้งสิ่งที่เราพูดอาจทำร้ายจิตใจของใครโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ<<<<<