"เขา" เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่ยังคงวิ่งไล่ตามความฝัน....และยังคงค้นหาตัวเอง
"เขา" เป็นเหมือนกับผู้ชายทั่ว ๆ ไป ไม่อ่อนหวานแต่อ่อนไหว...ไม่แข็งแรงแต่แข็งกระด้าง
แสดงออกในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของจิตใจ ไม่พูดคำว่ารัก ไม่เคยแสดงออกว่า "เขา" รัก "เธอ"
สิ่งเดียวที่เขามีให้อย่างเสมอต้นเสมอปลายก็คือสายตา...และความจริงใจ
"เขา" คิดว่ามันน่าจะเพียงพอแล้ว... และ "เธอ" ก็คงจะคิดเช่นเดียวกับ "เขา"
ทุกครั้งที่ "เขา" คิดถึงก็มักจะพูดแต่เพียงว่า "ก็แค่อยากคุยด้วย"
มันคงจะดีกว่านี้ถ้า "เขา" กล้าที่จะยอมรับกับความต้องการของหัวใจตนเอง
"เธอ" เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ต้องการใครสักคน...คนที่ "เธอ" รัก และเป็นคนที่รัก "เธอ"
"เธอ" ยังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในความรัก และหวังว่าสักวันจะต้องเจอคนที่เกิดมากันและกัน
"เธอ" มักจะวางตัวนิ่ง ๆ เฉย ๆ เมื่ออยู่กับ "เขา" ไม่เคยบอกว่ารู้สึกเช่นไร... สิ่งเดียวที่ "เธอ" ทำได้และทำเสมอมาคือการรอ
รอให้ "เขา" เปิดโอกาสให้กับ "เธอ" และกับตัว "เขา" เอง
รอสักวันที่ "คนทั้งคู่" เปิดหัวใจให้แก่กันและกัน
"เธอ" หวังไว้เช่นนั้น.. หากแต่ "เธอ" เองก็ไม่เคยบอกเช่นกันว่าคิดถึง "เขา" มากมายเพียงไร
สิ่งที่ "เธอ" มักจะย้ำตลอดเวลา "รักษาสุขภาพมาก ๆ " มันคงจะดีกว่านี้ถ้า "เธอ" จริงใจกับความรู้สึกของหัวใจเธอเอง
เรื่องของคนทั้งคู่นี้...ไม่มีตอนจบ...เพราะไม่มีตอนเริ่มต้น..
ทั้งคู่ยังคงดำเนินชีวิตต่อไปตามวิถีทางที่ควรจะเป็น
พบเจอกันเพื่อความสุขใจ...และเก็บเกี่ยวความรู้สึกดี ๆ เอาไว้
แต่ทั้งคู่ไม่สามารถจะรับรู้ถึงความรักที่ต่างคนมีให้กันได้
เพราะต่างคนต่างแอบซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ได้โปรดรับรู้ไว้เถิดว่า
มนุษย์...มีตาไว้ดู....มีหูไว้ฟัง
มีหัวใจ.....เอาไว้รู้จักความรัก
ความรักที่ไม่สามารถแสดงให้หัวใจอีกดวงได้รับรู้
ก็เป็นแค่ความรู้สึกที่สูญเปล่า...เป็นความรักที่ไร้ค่า
อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป..จนไม่มีโอกาสที่จะแสดงความรัก
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
ความรักคือชีวิต และชีวิตก็สถิตอยู่ในหัวใจ
วันนี้คุณบอกรักใครรึยัง
ขอให้ความรักที่อยู่ในก้นบึ้งของจิตใจคุณทุกคน
จงเบ่งบานและงอกงาม

ดวงวันเกิดชาย-หญิง

posted on 19 Apr 2008 20:38 by n-scorpio

วันอาทิตย์

@ ผู้ชายที่เกิดวันอาทิตย์ @
เป็นคนมาดขรึม ท่าทางสุขุมนุ่มลึก
ผู้ชายที่เกิดวันนี้จะไม่ชอบผู้หญิงที่เปรี้ยวเกินไป
แต่ก็ไม่เฉื่อยแฉะเกินไปด้วย เป็นคนค่อนข้างหัวโบราณสักหน่อย
ชอบผู้หญิงรูปร่างสันทัด ความรักที่เจอมักจะเป็นแบบรักแรกพบ
ประเภทส่งสายตาปิ๊งกันมากกว่า
เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์
วันพฤหัสบดี วันศุกร์

@ ผู้หญิงที่เกิดวันอาทิตย์@
เป็นคนที่มีความคิดโลดแล่น รวดเร็ว และใจร้อน
เนื้อคู่จะเป็นคนรูปร่างใหญ่ หรือไม่ก็สันทัด ผิวค่อนข้างจะคล้ำ
หรือไม่ก็ดำแดงมากกว่า เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันอังคาร วันพุธ

 

วันจันทร์

@ ผู้ชายที่เกิดวันจันทร์ @

เป็นคนอ่อนน้อม ช่างวิตกกังวล แต่ชอบการต่อสู้แข่งขัน
ผู้ชายที่เกิดวันนี้จะเจ้าชู้ แล้วก็ช่างเลือก
เขาจะชอบผู้หญิงที่รูปร่างสันทัด
สัดส่วนดี ผิวขาว เอาใจเก่ง
เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดี วันเสาร์

@ ผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ @
เป็นคนเจ้าอารมณ์ แต่ก็อ่อนหวานได้เหมือนกัน มีนิสัยร่าเริง
 รักสนุกมักเลือกผู้ชายที่รูปร่างกำยำ เป็นสุภาพบุรุษ
ที่สำคัญต้องเอาใจเก่งด้วย
 เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันพุธ วันเสาร์

 

วันอังคาร

@ ผู้ชายที่เกิดวันอังคาร @
มักชอบพูดจาขวานผ่าซาก และดูเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ
เป็นคนโรแมนติกทีเดียว จะชอบผู้หญิงที่อ่อนหวาน นิ่มนวล
ผิวไม่ขาวหรือดำจนเกินไปแต่ถ้าผิวดำแดงจะถูกใจเป็นพิเศษ
ส่วนรูปร่างน่ะไม่สำคัญ เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์
วันศุกร์

@ ผู้หญิงที่เกิดวันอังคาร @
เป็นคนรอบรู้ ช่างเจรจา แต่จะเป็นคนดื้อรั้น ไม่ค่อยจะยอมใคร
เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันจันทร์ วันศุกร์

 

วันพุธ

@ ผู้ชายที่เกิดวันพุธ@
เป็นคนช่างคิด ใจกว้าง รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น น่ารักทีเดียว
ชอบผู้หญิงที่อ่อนหวาน แต่งตัวนำสมัยมักจะปิ๊งเพื่อนร่วมชั้น
หรือเพื่อนที่ทำงานแรกๆอาจไม่ถูกชะตา
แต่ต่อไปก็ยิ่งซึ้งน้ำใจมากขึ้นเอง
 เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ วันพุธ

@ ผู้หญิงที่วันพุธ @
เป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย และมีเสน่ห์ดึงดูดใจมาก
จะชอบผู้ชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ และผิวสองสี หรือผิวดำแดง
เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันพุธ วันศุกร์ วันเสาร์

 

วันพฤหัสบดี

@ ผู้ชายที่เกิดวันพฤหัสบดี @
ชอบเป็นผู้นำ ช่างพูด จริงใจ ชอบผู้หญิงที่ค่อนข้างเรียบร้อย
ไม่จำเป็นต้องสวยเลิศเลออะไรนัก แต่ต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
ชอบผู้หญิงผิวขาว โดยเฉพาะรูปร่างอวบๆ จะถูกใจมาก
เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดี วันศุกร์

@ ผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดี @
เป็นคนถือตัว บางทีอาจดูเหมือนหยิ่ง แต่ก็ชอบช่วยเหลือคนอื่น
มักจะมองผู้ชายที่สุภาพ นุ่มนวล มีความรู้ มีเกียรติ
แต่ถ้าเพื่อนๆที่ออกจะโลๆล่ะก็ไม่ถูกใจเธอแน่
เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันเสาร์

 

วันศุกร์

@ ผู้ชายที่เกิดวันศุกร์ @
เป็นคนฉลาด พูดจามีเสน่ห์ แต่อารมณ์มุทะลุ โกรธง่ายแต่หายเร็ว
ชอบผู้หญิงที่เรียบร้อย ไม่ช่างพูดจนเกินไปและต้องใจเย็น
ทนอารมณ์แปรปรวนเขาได้ เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันอังคาร
วันเสาร์

@ ผู้หญิงที่เกิดวันศุกร์@
เป็นคนพูดจาอ่อนหวาน รักสวยรักงาม พูดจาตรงไปตรงมาดีมีนิสัยน่ารัก
คือชอบช่วยเหลือคนอื่น มักชอบผู้ชายที่มาดขรึม และสุภาพ
เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันอังคาร วันพฤหัสบดี วันอาทิตย์

 

วันเสาร์

@ ผู้ชายที่เกิดวันเสาร์ @
เป็นคนเด็ดเดี่ยว หูเบา เชื่อคนง่าย ชอบผู้หญิงรูปร่างสเลนเดอร์
สูงโปร่ง ผิวขาว มีเสน่ห์ที่ดวงตาและการพูดจา
เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันศุกร์

@ ผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์ @
จะเป็นคนหัวรั้นซักหน่อย จึงไม่ค่อยแคร์ใครๆ มักจะปิ๊งแบบฉับพลัน
มากกว่ามองกันเป็นชาติ จะชอบคนที่ค่อนข้างผิวขาวมากกว่าผิวดำ
เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันพฤหัสบดี

ฉัน..รัก..เธอ

posted on 19 Apr 2008 19:43 by n-scorpio
เมื่อตอนอายุ 5 ปี ..

ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

เธอเอียงคอน้อยๆ ..

กระพริบตา-อันกลมโตของเธอ ..

แล้วถามฉันว่า …

“หมายความว่า..อะไรหรือ?”
----------


เมื่อตอนอายุ 15 ปี

ฉันบอกว่า...ฉันรักเธอ

เธอหน้าแดงก่ำ ..ก้มหน้า-เล่นชายเสื้อเธอเอง

รู้สึกว่า..เธอกำลังยิ้มอยู่
----------


เมื่อตอนอายุ 20 ปี

ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

เธอซบลงบนไหล่ฉัน ..กอดแขนฉันไว้แน่น

ราวกับกลัวว่า...ฉันจะหายจากไป..ต่อหน้าเธอ
----------


เมื่อตอนอายุ 25 ปี

ฉันบอกว่า...ฉันรักเธอ

เธอวางอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ ..

แล้วเดินมาดึงจมูกฉัน...พร้อมกับพูดว่า...

“รู้แล้ว! ตื่นขึ้นมาได้แล้ว ..จะนอนไปถึงไหน?”

----------


เมื่อตอนอายุ 30 ปี

ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

เธอหัวเราะ..แล้วพูดว่า
“ถ้าเธอรักฉันจริงๆ ..เลิกงานแล้ว..ก็อย่าเถลไถลไปที่อื่นสิ
แล้วก็..อย่าลืมซื้อกับข้าวมานะ!”
----------


เมื่อตอนอายุ 40 ปี

ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ
เธอเก็บจานชามบนโต๊ะไปล้าง...พร้อมกับพูดว่า

“รู้แล้ว.. รู้แล้ว...รีบๆไปสอนการบ้านให้ลูกไป!”
----------


เมื่อตอนอายุ 50 ปี

ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

เธอนั่งถักเสื้ออยู่ ..แล้วพูดกับฉัน..โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา

“จริงหรือ? ในใจเธอ..ไม่ใช่คิดอยากจะให้ฉันตายเร็วๆรึไง?”

แล้ว..เธอก็หัวเราะไม่หยุด
----------


เมื่อตอนอายุ 60 ปี

ฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ

เธอหัวเราะ-พลางทุบไหล่ฉัน
“ตาบ้า! ลูกๆก็โตกันหมดแล้ว.. ยังจะมาทำปากหวานอีก!”
----------


เมื่อตอนอายุ 70 ปี

เรา..นั่งอยู่บนเก้ายาว ..ทบทวนจดหมายรัก...

ที่ฉันเขียนให้เธอ...เมื่อ 50 ปีก่อน..ด้วยกัน

มืออันเหี่ยวย่น-ของเราสองคน..ก็จับกันไว้ตลอด

เมื่อฉันบอกว่า..ฉันรักเธอ
เธอมองหน้าฉัน-แล้วยิ้มให้

ถึงแม้ใบหน้าเธอ..จะเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น
แต่..เธอก็คงยังแลดูสวยงาม..เสมอ

----------


เมื่อตอนอายุ 80 ปี

เธอบอกว่า..เธอรักฉัน

แต่..ฉันไม่ได้พูดอะไร-สักคำ
เพราะว่า..ฉันร้องไห้ออกมา

นี่..เป็นวันที่ฉันมีความสุข..มากที่สุดในชีวิต
เพราะว่า..

ในที่สุด..เธอก็ยอมพูดออกมาว่า..

“ฉัน รัก เธอ”

Diary

posted on 26 Mar 2008 20:40 by n-scorpio

แสงไฟติดๆดับๆจากเสาไฟฟ้าข้างทางอาจทำให้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นสมุดเล่มหนึ่ง
ซึ่งตกอยู่ระหว่างกอหญ้าที่เกิดจากที่ดินรกร้างข้างฟุตบาท แต่ไม่เคยมีใครคิดจะหยิบ
มันขึ้นมาปล่อยให้สมุดที่เคยมีสีสันสดใสเล่มหนึ่งนอนอยู่กับกอหญ้าผ่านลมผ่านฝน
มานาน พร้อมกับรอยหมึกคำสํญญาที่นับวันยิ่งเลือนลาง เพราะน้ำฝน... แต่ฝนไม่สามารถลบเลือนคำสัญญาจากจิตใจคนๆหนึ่งได้ชีวิตของเด็กม.ปลายทุกคนคงไม่สามารถหลีกหนีไปจากเรื่อง เพื่อน ความฝัน ความ
รัก เอ็นทรานซ์ ไปได้และทั้งหมดนี้คือที่มาของเรื่องราวของผม ที่เริ่มต้นที่ห้องเรียน
ศิลปะ  ผม บอม กบ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันมาตั้งแต่ ม.ต้น ได้มาอยู่ห้องเดียวกันในชั้น
ม.4 คงเป็นเหตุการณ์นั้น ที่ทำให้พวกผมรู้จักกับนุ่น

”นี่เธอ ... เธอ ..ยืมของเราก็ได้นะ” บอมพูดขึ้นพร้อมกับยื่น ดินสอ2B ให้ 1 แท่ง เธอ

รับไปพร้อมกับรอยยิ้มและเหล็กดัดฟันกลับมา


รอยยิ้มที่เราได้เห็นทำให้พวกผมนึกไปถึงรอยยิ้มของน้องสาวตัวเล็กๆ น่ารักคนหนึ่ง
หลังจากหมด ชม. ศิลปะ พวกผมอาสาพาเธอไปกินข้าวที่โรงอาหาร และตั้งแต่วันนั้น
เป็นต้นมา เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพวกผม พร้อมกับความแปลกใจของใคร
หลายๆคน ที่เห็นเด็กผู้หญิง หน้าตาน่ารักคนหนึ่งนั่งอยู่ในกลุ่มของเด็กผู้ชายที่กำลัง
คุยกัน เสียงดังด้วยคำสบทต่างๆ ซึ่งเป็นคำธรรมดาในความคิดเด็กผู้ชาย
จากวันเป็นเดือน  .... จากเดือนเป็นปี  ....  เมื่อเพื่อนคบกันมานาน ก็ย่อมรู้ใจกัน ...และเริ่มรับรู้บางอย่างในวันที่นุ่น ตัดผมสั้นมาใหม่

“เฮ้อนี่อะไรเข้าฝันแกวะ” ผมพูด

“อี๋...ทรงเก่าดีกว่าเยอะเลย ทุเรศชะมัด” กบพูดพร้อมกับเสียงหัวเราะจากทุกคน

“แต่เราว่าก็น่ารักดีนะ” บอมพูด

คำๆนี้ของบอมทำให้หน้าขาวๆของนุ่นแดงขึ้นมาตั้งแต่เราเริ่มสังเกต จากวันนั้นเราก็

รู้ว่าคำพูดของบอม มีอิทธิพลกับนุ่นมาก และก็รู้ว่านุ่นต้องแอบปลื้มบอมไม่มากก็น้อย
แต่ไม่เคยมีคำว่ารักคำใดๆเกิดขึ้นในกลุ่มเพื่อน ณ โต๊ะประจำกลุ่มของเรา

“ขนมมาแล้วจ่ะ” เสียงใสๆ ของนุ่นมาพร้อมกับขนมหลายถุงที่ถือเดินคู่มากับบอม

(การเลี้ยงซื้อขนมของนุ่นมักเป็นกิจวัตรประจำวัน พวกเราเคยปฏิเสธเพราะพวกผม
ยังไม่รู้ว่านั่นมาจากเงินเล็กน้อยของคุณหนูนุ่นนั่นเอง)


ขณะที่กินขนมอยู่นั้น นุ่นถามถึงอาชีพในอนาคตของทุกคน ผมกับกบยังไม่ได้คิด
อะไรถ้าเอ็นติดอะไรก็เรียนไป ความฝันของบอมคือ เข้าเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ธรรม
ศาสตร์ และเป็นนักวิเคราะห์การเงินเหมือนพ่อของเขา ความฝันนุ่นที่ต้องการเป็น
นักสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็ก ไม่ทำให้พวกผมแปลกใจเลย เพราะการชอบช่วย
เหลือผู้อื่นและมองโลกในแง่ดีที่เป็นนิสัยของเธอ


สิ่งที่เรารู้กันเลยก็คือ นุ่นต้องอยากเรียนสังคมสงเคราะห์ที่ธรรมศาสตร์แน่นอน เมื่อ
นุ่นพูดจบบอมก็หยิบสมุดจดศัพท์ภาษาอังกฤษของนุ่นที่วางอยู่มาเปิดไปหน้าสุดท้าย
แล้วเขียนว่า... เราสองคนจะต้องเป็นลูกแม่โดมให้ได้นะ ... ลงชื่อ ... บอม


สิ่งที่เราเห็นต่อมาคือ รอยยิ้มของนุ่นพร้อมกับหน้าแดง นาน 2-3 นาที ยิ้มน่ารัก
มากกว่าสิ่งใดๆ ... วันแรกของม.6 ไม่มีอะไรมาก นอกจากการฉลองที่นุ่นได้อนุญาต
ให้ไป- กลับ โรงเรียนเองได้เหมือนนักเรียนทั่วไป ซึ่งเป็นสิ่งที่นุ่นต้องการมาตลอด 4-5 ปีที่แม่คอยรับ คอยส่ง...


วันนี้ผมได้เห็นอาการดีใจของคนที่ได้รับสิ่งที่ผมเรียกมันว่า ... “อิสรภาพ’’...
ชีวิตของเด็กนักเรียนม.6 หลายๆคนคงไม่พ้นการเรียนพิเศษตั้งแต่ 5 โมง – 2 ทุ่ม
แต่การที่ได้เรียนกับเพื่อนรักของผมทำให้ผมไม่คิดเหนื่อยหรือท้อแท้เลย โต๊ะ 4 ตัว
หลังสุดท้ายเป็นที่รู้กันว่าเป็นโต๊ะของกลุ่มผม ขณะที่พวกเรากำลังนั่งคุยรออาจารย์อยู่
นั้น บอมได้ชี้ไปที่เด็กนักเรียนหญิง ใส่ชุด uniform แขนยาว หน้าตาสวยมากคน

หนึ่ง พร้อมพูดว่า

“ ดูผู้หญิงคนนั้นสิเราชอบเขามากเลยนะ”

ตั้งแต่วันนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นประเด็นสนทนาในกลุ่มอีกบ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่พูดถึง

ผู้หญิงคนนั้น ผมรู้สึกได้ว่านุ่นมีความรุ้สึกแปลกๆที่ไม่แสดงออกมา จนผมคิดว่า

ต้องบอกให้บอมถามให้ได้ว่าเป็นอะไร เพราะเขาสองคนสนิทกันมากที่สุด แต่บอมก็

ไม่เคยสงสัยและถามสักพักผมก็เลิกสนใจกับสิ่งนี้เพราะผมก็แค่ผู้ชายที่ไม่เคยคิดจะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิง


เวลาที่พวกผมได้พักผ่อนมากที่สุดจากการเรียนคงเป็นตอนหลังเลิกเรียนพิเศษซึ่ง

พวกผมจะเวียนไปฝากท้องตามร้านต่างๆหลังจากนั้นก็มักจะไปเล่นเกมส์  เครื่อง

ตู้เกมส์เตอติส ที่อยู่หลังร้านเหมือนเป็นเกมส์ที่สร้างมาเพื่อบอมกับนุ่น ผมได้เห็น

ทั้งคู่เล่นด้วยกัน เล่นแข่งกัน ได้ดูเวลาที่เขาแกล้งกัน นุ่นมักปัดมือบอมให้ออก

จากจอยเกมส์เป็นประจำเวลาที่ทั้งคู่เล่นแข่งเพราะบอมเป็นคนที่เล่นเก่งมาก

แต่บอมก็ชอบและไม่เคยเห็นบอมโกรธนุ่นสักครั้งเวลาที่นุ่นแหย่ผมคิดว่าทั้งคู่คง

มีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ๆกัน พลางคิดไปถึงคำพูดในหนังรักออกแบบไม่ได้ที่ว่า
 
“ เป็นเพื่อนกันดีที่สุดจะได้คบกันนานๆ” แต่สำหรับคู่นี้ ผมนึกถึงภาพตอนที่ทั้งคู่

เป็นคนชราคู่หนึ่งที่ใช้เวลาปั้นปลายชีวิตนั่งนับดาวบนท้องฟ้าด้วยกันและต่อเติม

ความสุขซึ่งกันและกัน  ทุกๆครั้งที่นั่งมองคู่นี้อยู่ด้วยกัน ผมคิดว่าเค้ากำลังร่วม

สร้างและต่อเติมความสุขซึ่งกันและกันอยู่ แม้เพื่อนสนิทอย่างผมจะแซวว่า ทั้งคู่

ไม่เหมือนเพื่อนสนิทเท่านั้นนะคู่นี้ แต่สิ่งที่ผมเห็นคือรอยยิ้มของทั้งคู่พร้อมอาการ

เขิน และสายตาของนุ่นที่หันไปมองบอมแล้ว ทั้งคู่ก็ช่วยกันปฏิเสธ แล้วนุ่นก็มัก

พูดว่า “พวกนี้เนี่ยไม่พูดด้วยแล้ว” พร้อมกับหันหลังเดินไปซื้อขนมและบอมก็เดินตามติดๆกันไป

วันศุกร์ใกล้เปิดเรียนคอร์สพิเศษภาษาอังกฤษพวกเรามาถึงที่เรียนพิเศษปรากฎว่า
ไฟดับ โรงเรียนจึงนัดชดเชยให้เรียนวันอื่นแทน วันนี้จึงไม่ค่อยได้เรียนเพราะวัน
ศุกร์ที่โรงเรียน มีเรียนแค่ 2 วิชา พวกเราจึงถือสมุดหนังสือไปเรียนเพียงไม่กี่เล่ม
หลังจากนั้นพวกเราจึงไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า วันนี้นุ่นผิดปกติซึมๆ ตั้งแต่
เช้า พวกเรารบเร้าเท่าไหร่ก็ไม่บอก ขณะที่เดินเล่นกันอยู่ บอมได้จับหน้าผาก

ของนุ่นบอมตกใจมากเพราะนุ่นตัวร้อนจัด บอมจึงพูดว่า

“นุ่นเธอตัวร้อนมากนะ กินยาหรือยัง”

“ปวดหัวนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก” นุ่นตอบ


พวกผมจึงรบเร้าให้นุ่นรีบกลับบ้านไปพักผ่อนที่บ้านและตัดสินใจให้บอมเดินไป
ส่งนุ่นขึ้นแท็กซี่ โดนผมกับกบจะไปรอที่ foodcenter  ก่อนที่จะแยกย้ายกับนุ่น
 
บอมแซวนุ่นว่า

“นี่ไม่สบายขนาดนี้ยังไม่ยอมนอนพักอยู่บ้านอีก”

“ก็ฉันเป็นเด็กขยันนะสิ แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก”

“ดูนุ่นสิหน้าเหมือนคนจะตายอยู่แล้วยังจะยิ้มออกอีก”

บอมพูดไปโดยไม่รู้ว่ารอยยิ้มนี้จะเป็นรอยยิ้มที่พวกผมจะไม่มีวันลืม สำหรับผม
เหตุผลเดียวที่นุ่นมาเรียนวันนี้คือการที่ได้มานั่งเรียนพิเศษข้างๆบอม หลังจาก
แยกย้ายกับนุ่น บอมก็ไปส่งนุ่น ขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน

.... เอี๊ยด ......  ปัง  ......  อัก ..... โครม ...... รถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งคร่อมเลน
มาชนกับแท็กซี่ คันหนึ่งที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้
คาดเข็มขัดนิรภัยกระเด็นกระแทกกระจกรถออกมาตกลงบนพื้นและไถลไปข้าง
หน้าอีก 7-10 เมตร สมุด หนังสือ ดินสอกระจัดกระจายอยู่บนถนนบ้างบนทาง
เท้าบ้าง กล่องดินสอ มือถือแตกเป็น 2 ส่วน พลเมืองดีผู้หนึ่งอุ้มร่างผู้หญิงที่ไร้


สติและเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลไปส่งโรงพยาบาล
เช้าวันเสาร์ ณ ที่เรียนพิเศษวิชาคณิต พวกผมรู้สึกแปลกใจที่นุ่นมาเรียนสาย
เพราะปกตินุ่นมักจะมาเป็นคนแรก แต่พวกผมก็คิดว่านุ่นคงไม่ค่อยสบายพักผ่อน
อยู่ที่บ้าน  แต่ขณะที่เริ่มเรียนไปได้ 15 นาที มือถือของบอมดังขึ้น พร้อมกับข้อ
ความจากแม่ของนุ่นที่ว่าต้องการพบบอมด่วน เมื่อพวกผมอ่านข้อความนี้จบก็เดิน
ออกจากห้องทันทีมารู้ตัวอีกที ก็คือเห็นรอยช้ำของขอบตาที่เกิดจากการร้องไห้
ของแม่ของนุ่น พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ยอมหยุดที่หน้าห้อง ICU
เมื่อเราเดินเข้าไปในห้องหมอบอกพวกผมว่านุ่นเสียเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว พวกผม
เหมือนตกอยู่ในภวังค์ น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากทุกคนที่เรียกตัวเองว่าลูกผู้ชาย
ทุกคนยืนร้องไห้อยุ่ข้างๆเตียงของนุ่นไม่มีใครสักคนเปิดผ้าคลุมร่างที่ไร้วิญญาณ
ของนุ่นดู เพราะทุกคนรู้ดีว่านุ่น ไม่ต้องการให้ใครเห็นนุ่นสภาพอย่างนี้แน่
เหตุการณ์นี้แม้ว่าผมจะเสียใจมาก แต่ยังไงก็คงไม่เท่ากับบอมเพราะทุกคนรู้ดีว่าบอมเสียใจมากที่สุด
แต่บอมก็เก่งมากเพราะหลังจากนั้นอาทิตย์หนึ่งก็ไม่เห็นบอมร้องไห้อีก  ขณะนั่ง
เรียนวิชาคณิตในคาบที่ 7 หลังจากงานณาปนกิจนุ่น 2 วัน แม่ของนุ่นได้ขอ
อนุญาตอาจารย์เดินเข้ามาหาบอมในห้องเรียนและพูดว่า


“ในห้อง ICU ก่อนที่นุ่นจะสิ้นใจนุ่นบอกกับแม่ให้นำ diary เล่มนี้มาให้บอมให้ได้”
 
แล้วแม่ของนุ่นก็ยื่นถุงกระดาษที่ข้างในมี diary เล่มหนึ่งมาให้ หลังจากหมดคาบ
ผมและบอมได้หยิบ diary ขึ้นมา มันเป็น  diary สีชมพูที่นุ่นใช้เขียนความคิดและ

ความฝันต่างๆ ของนุ่น ชื่อของบอมมีอยู่ใน diary ของนุ่นทุกหน้าตั้งแต่วันที่เธอได้พบกับบอมที่ห้องศิลปะ

เมื่อพลิกกลับมาช่วงกลางเล่ม น้ำตาของบอมก็หยดลงบนรูปๆหนึ่ง ที่นุ่นวาดขึ้น

ใน diary เป็นรูปที่นุ่นกับบอมที่ยืนยิ้มโดยนุ่นยืนกอดแขนบอมอยู่ และทั้งคู่ใส่ชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“ ทำไมนุ่นไม่รู้ล่ะว่าเรารักเค้ามากขนาดไหน” บอมพูดขึ้นเมื่อได้อ่าน  diary และ

ได้รู้ว่านุ่นรอคอยคำว่ารักจากบอมอยู่ และเมื่อช่วงหนึ่งใน diary จึงได้รู้ว่านุ่นเข้า

ใจผิดว่าบอมไปรักผู้หญิงคนหนึ่งที่บอมเคยชี้ให้พวกเราดูที่เรียนพิเศษ สิ่งต่อมาที่

ผมได้รู้คือ นุ่นไม่เคยเข้าใจที่บอมพูดเสมอในกลุ่ม ว่า  รัก  กับ  ชอบ นั้นแตกต่างกันมาก

ผมได้แต่นึกเสียดายที่บอมไม่ยอมพูดความรู้สึกของตัวเองให่นุ่นได้รับรู้ ได้แต่

ปล่อยให้นุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา เพราะถ้าบอมได้พูดและอธิบายความรู้สึกของตัว

เอง นุ่นคงจากไปอย่างมีความสุขกว่านี้  ก่อนเร่งสอบปลายภาคไม่กี่วัน เพื่อให้

เวลานักเรียนอ่านหนังสือเตรียมสอบเอ็นท์ครั้งที่ 2 ขณะที่ทุกคนกำลังอ่าน

หนังสือกัน กบได้ตะโกนถามเพื่อนๆทุกคนว่า ถ้าตอนนี้มีพรวิเศษขออะไรก็ได้สิ่ง

หนึ่งจะขออะไรคำตอบที่ได้แตกต่างกันไปบ้างขอให้รวย ขอให้หล่อสวยเอ็นท์ติด
 
ทุกคนตอบต่างๆกันไป เมื่อกบหันไปมองหน้าบอมทุกคนก็หันมา เหมือนจะ

รอคำตอบจากบอม

“ เราขอแค่ได้พบนุ่นอีกครั้งแล้วเราจะบอกว่าเรารักเค้ามากขนาดไหน” บอมตอบ

มาพร้อมๆกับน้ำตาที่ค่อยๆคลอออกมาหลังจากที่บอมพูดจบเพื่อนในห้องหลาย

คนหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาของตน  

วันนั้นผมจึงได้รู้ว่า นุ่นยังคงอยู่ในใจบอมไม่เปลี่ยนแปลง  วันที่ผมได้รู้ถึง อนุภาพ

ของความรักก็คือวันประกาศผลเอ็นท์ เรานัดเปิดซองจดหมายผลสอบพร้อมกันที่

บ้านของกบ กบติด  ม. เชียงใหม่  ผมติดที่ประสานมิตร  แต่สิ่งที่ผมตกใจมาก

คือคนที่ได้คะแนน 60 เกือบทุกวิชาไม่ติดเศรษฐศาสตร์ได้อย่างไร แต่คำอธิบาย

ของบอมทำให้ผมได้รู้ว่าบอมทิ้งความฝันของตัวเองที่จะเป็นนักการเงินของเขา

มาเรียนสังคมสงเคราะห์เพื่อเดินตามความฝันของนุ่น ทำให้ผมได้เห็นความรักที่

เปลี่ยนแปลงชีวิตของคนๆหนึ่ง ความฝันของบอมเปลี่ยนเป็นการสร้างสถานเลี้ยง

เด็กกำพร้า และได้นำชื่อ ณัฐธิดา ที่เป็นชื่อจริงของนุ่นมาตั้งเป็นชื่อสถานที่เลี้ยง

เด็กกำพร้า เพื่อเป็นอนุสรณ์ของผู้หญิงจิตใจดีงามคนหนึ่งที่เค้าได้เคยพบเจอใน

ชีวิต คนที่ไม่รู้จักบอมดี จะมองเค้าเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ปิดตัวเองไม่ยอม

เปิดใจให้ใคร  แต่สำหรับผมรู้ดีว่าใครอยู่ในหัวใจของเขาตลอดเวลา  ...


ในเวลาโพล้เพล้สายลม ลมพัดเมฆมาก่อตัวรวมกันจนกลั่นเป็นเม็ดฝนลงมาสู่ดิน

ทุกหนแห่ง ลมเข้ามาในห้องของผมอย่างแรงทำให้กรอบรูปที่มีรูปถ่ายของพวก

เราคว่ำด้านหน้าลง  ผมหยิบมันพลิกขึ้นมาวางไว้ที่เดิม และมองไปที่รูปๆนั้นอีก

ครั้งหนึ่ง ที่มันทำให้ผมนึกถึง  ...  เธอ  ...   เธอผู้ที่ทำให้พวกผมรู้ว่าคนดัดฟัน

กินอาหารบางอย่างไม่ได้  ...  เธอผู้ที่ทำให้พวกผมได้หัดฟังเพลงค่าย DOJO

CITY  ...  เธอ  ...  ผู้ที่แนะนำให้ผมมองโลกในแง่ดี และออกไปต่อสู้กับปัญหา
 
 ...  เธอ  ...   ผู้ที่นำความงดงามของจิตใจเธอมาให้พวกผมได้สัมผัส  ...  เธอ 

 ...  ผู้ที่มาเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกผม  ...  เธอ  ...  ผู้ที่จากไปอย่างไม่มีวัน

กลับมา  


ฝนยังคงกระหน่ำลงบนถนนสายหนึ่ง เม็ดฝนกระหน่ำลงมาปานจะฉีกสมุดที่อยู่ใน

ดงหญ้าข้างๆทางเท้าเล่มหนึ่งยุ่ยขาดเป็นส่วนๆแม้จะผ่านลมฝนลมหนาว มานาน

เท่าใดแต่สมุดเล่มนี้ก็ยังคงอยู่ที่เดิม  พร้อมกับรอยหมึกคำสัญญาที่ไม่อาจเป็น

จริงได้เพราะคนๆ หนึ่งได้จากไปแล้ว ....   “รัก”  บางคนคิดว่าเป็นความรู้สึกที่

ไม่จำเป็นต้องพูด


แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่ามีบางคนใช้ชีวิตเพื่อเสาะหาและรอคอยคำ ๆ นี้จากปาก

ของคุณอยู่  เมื่อคุณมั่นใจแล้วคุณควรที่จะพูดออกไปดีกว่าที่จะต้องมานั่งเสียดาย
 
และเสียใจเพราะว่าวันนี้เป็นวันที่  ....  สาย  ....  เกิน  ....   ไป  .....  ของคุณ

เพียงความทรงจำ


บอกกับเค้าไปเถอะถ้าคุณมั่นใจว่าเค้าเป็นคนที่ใช่ อย่ามามัวอายหรือรอให้เค้า

บอกก่อน มิฉะนั้น คุณอาจจะไม่ได้บอกความรู้สึกของคุณให้เค้าได้รับรู้ อย่า

ปล่อยให้เวลาเลยผ่านไปจนทำให้คุณไม่ได้ทำอะไรเลย .....